ชาวบ้านสุรินทร์ ฮือ ไล่ผู้ใหญ่บ้าน ร้องบริหารไม่โปร่งใส ใช้เงินไม่ตรงวัตถุประสงค์
เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 28 เม.ย. ที่บริเวณสนามหน้าศาลากลางจังหวัดสุรินทร์ ได้มีตัวแทน ชาวบ้าน หนองแสง ม.19 ต.ชุมพลบุรี อ.ชุมพลบุรี จ.สุรินทร์ กว่า 20 คน เดินมาทางด้วยรถยนต์กระบะหลายคัน มีนายนิพนธ์ ทุมทอง อายุ 51 ปี เป็นตัวแทนชาวบ้าน บุกเข้ายื่นหนังสือร้องเรียนของความเป็นธรรม ต่อศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดสุรินทร์ และผู้บังคับการมณฑลทหารบกที่ 25 โดยมี พ.จ.อ.สุวิน ท้องแสง นิติกรปกครองจังหวัดสุรินทร์ เป็นตัวแทนผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ และนายศรี ศรีพุธรินทร์ ป้องกันจังหวัดสุรินทร์ มารับหนังสือร้องเรียน ท่ามกลาง เจ้าหน้าตำรวจนอกเครื่องแบบ และเจ้าหน้าที่ทหารจาก มทบ.ที่ 25 หลาย 10 นาย รปภ.เข้ม
โดยหนังสือร้อง ระบุว่า ชาวบ้านหนองแสงจำนวน 111 คน ได้พร้อมใจกันเข้าชื่อถอดถอด นายสมศักดิ์ นิลฉวี ผู้ใหญ่บ้านหนองแสง หมู่ 19 ให้พ้นจากตำแหน่ง ผู้ใหญ่บ้านหนองแสง เหตุประพฤติตัวไม่เหมาะสม และบริหารงานไม่โปร่งใส ชาวบ้านเคยยื่นหนังสือร้องเรียนขอความเป็นธรรมต่อ นายชูศักดิ์ ราชบุรี นายอำเภอชุมพลบุรี เมื่อวันที่ 26 มกราคม 2559 แต่เรื่องดังกล่าวกลับยังไม่ได้รับความเป็นธรรม และมีการเอื้อประโยชน์แกพวกพ้อง
ระบุ ประเด็นสำคัญๆประกอบด้วย 1.เรื่องโรงสีข้าวหมู่บ้าน ที่มีผู้ใหญ่บ้านเป็นผู้ดูแลบริหารเองมาตลอด 3 ปีกว่า ไม่เคยมีการชี้แจงรายรับรายจ่ายให้ชาวบ้านได้ทราบถึงผลกำไร 2.โครงการ SML ที่ได้ซื้อชุดเครื่องเสียง โต๊ะจีน และเต็นท์ ซึ่งมีชาวบ้านมาขอเช่าไปใช้บ่อยครั้ง ก็ไม่มีการแจงรายรับรายจ่ายว่ามีเท่าไหร่ 3.เรื่องซองกฐินที่ผู้ใหญ่รับซองมาแล้ว แต่กลับไม่นำเงินมาเข้าบัญชีกลาง พอชาวบ้านให้ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านไปสอบถาม ก็บอกให้ผู้ช่วยพิจารณาตัวเอง 4. เรื่องสูบน้ำหนองสาธารณะ เพื่อทำการเกษตร ไร่ละ 50 บาท มีคนจ่ายเงินมาแล้ว ผู้ใหญ่ก็ไม่มีการชี้แจงกับชาวบ้านด้วยเช่นกัน ซึ่งทุกโครงการมีผู้ใหญ่บ้านบริหารจัดการแต่เพียงผู้เดียว และไม่เคยมาชี้แจงให้ชาวบ้านได้รับทราบในเรื่องรายรับรายจ่าย ตลอดระยะเวลาที่เข้าดำรงตำแหน่ง 3 ปีกว่า
ต่อมาได้มีการแอบอ้างชื่อนายอำเภอชุมพลบุรี ให้ชาวที่ไปลงชื่อร่วมถอดถอนผู้ใหญ่บ้าน ให้รีบไปถอนชื่อออก ไม่เช่นนั้นจะมีความผิด ซึ่งมีชาวบ้านที่กลัวความผิดได้ไปถอนชื่อออก จำนวน 3 คน และต่อมาชาวที่ต้องการจะไปลงชื่อถอดถอนเพิ่ม ทางนายสิทธิพร พาลเหนือ ปลัดอำเภอ ฝ่ายงานปกครอง ไม่ให้ลงเพิ่มโดยอ้างเหตุ ว่า จะไม่เป็นธรรมกับตัวผู้ใหญ่บ้านที่ถูกกล่าวหา และดูเหมือนว่าทางอำเภอได้มีการดึงเวลาในการสอบ จนชาวบ้านต้องไปติดตามทวงถามเรื่องตลอด หลายครั้ง
ต่อมา เมื่อวันที่ 25 เม.ย. ชาวบ้านได้สอบถามถึงผลสอบกับทางอำเภอชุมพลบุรี และทางอำเภอชุมพลบุรี ได้ให้ชาวบ้านเข้าไปเอาผลสอบที่อำเภอ ระบุเลขที่ สร 0718 / 1300 ลงวันที่ 25 เมษายน 2559 เรื่องแจ้งผลการตรวจสอบข้อเท็จจริง เรียนนายนิพนธ์ ทุมทอง อ้างถึงหนังสือร้องเรียน ฉบับลงวันที่ 26 ม.ค. 2559 ระบุตามที่ท่านร้องเรียนการปฏิบัติหน้าที่ของนายสมศักดิ์ นิลฉวี ผู้ใหญ่บ้าน บ้านหนองแสง ม.19 ต.ชุมพลบุรี อ.ชุมพลบุรี จ.สุรินทร์ ว่า ดำเนินโครงการต่างๆภายในหมู่บ้าน และไม่ชี้แจงรายรับรายจ่าย รวม 4 ประเด็น ความทราบดีอยู่แล้ว อำเภอชุมพลบุรีได้ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีดังกล่าวแล้ว ซึ่งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง ได้สอบปากคำพยานที่เกี่ยวข้องและตรวจสอบเอกสารหลักฐานแล้ว
ปรากฏว่า นายสมศักดิ์ นิลฉวี มีพฤติกรรมไม่เหมาะสมในประเด็น การดำเนินโครงการโรงสีข้าวชุมชนโดยไม่มีการชี้แจง รายรับ-รายจ่าย ให้ราษฎรทราบ อำเภอชุมพลบุรีได้ชี้แจงทำความเข้าใจและกำชับให้ นายสมศักดิ์ นิลฉวี ให้พึ่งระวังในการปฏิบัติหน้าที่โดยให้ประชาชนมีส่วนร่วมในรูปแบบคณะกรรมการ ลงชื่อ นายชูศักดิ์ ราชบุรี นายอำเภอชุมพลบุรี ด้วยเหตุนี้ชาวบ้านหนองแสง คิดว่าไม่ได้ความเป็นธรรมจากทางอำเภอชุมพลบุรี ที่ไม่มีการลงโทษผู้กระทำผิด และหากผู้กระทำผิดยังคงทำหน้าที่ผู้ใหญ่บ้านหนองแสงต่อไป จะทำให้ชาวบ้านเกิดความแตกแยก ขาดความสามัคคีกันภายในชุมชน ซึ่งเป็นผลเสียต่อหมู่บ้าน จึงเรียกร้องขอความเป็นธรรมให้มีการปลดนายสมศักดิ์ นิลฉวี ผู้ใหญ่บ้านหนองแสง ให้พ้นจากตำแหน่งหน้าที่โดยเร็วที่สุด
นายนิพนธ์ ทุมทอง อายุ 51 ปี ตัวชาวบ้าน กล่าวว่า โครงการ SML ภายในหมู่บ้านตั้งแต่ซื้อมาไม่เคยมีการชี้แจงค่าใช้จ่าย เคยส่งหนังสือร้องเรียนไปที่อำเภอชุมพลบุรี และไปรับหนังสือชี้แจงเมื่อวันที่ 25 เม.ย.59 ตัดสินว่าจะมีการว่ากล่าวตักเตือนเฉยๆ วันนี้ก็อยากมาร้องขอความเป็นธรรม เพราะที่ผ่านมา นายอำเภอชุมพลบุรีสอบข้อเท็จจริง ผลออกมาแบบนี้ชาวบ้านรับไม่ได้ การตัดสินไม่เป็นกลางเป็นการเข้าข้างผู้ใหญ่บ้านมากเกินไป ฝากผ่านสื่อไปถึงหน่วยงานที่เกี่ยว อยากให้ชาวบ้านได้รับความยุติธรรมบ้าง เพราะชาวบ้านก็เสียภาษีให้กับทางราชการเหมือนกัน เงินกองกลางหมู่บ้านก็สมควรให้ชาวบ้านรับรู้ด้วย เงินหมู่บ้านก็เป็นเงินหลวงเหมือนกัน อย่าคิดว่าชาวบ้านเป็นแค่ตาสีตาสา ชาวบ้านเดือนร้อนการบริหารจัดการภายในหมู่บ้านหนองแสง ผู้ใหญ่บ้านจัดการคนเดียว ชาวบ้านไม่สามารถรับรู้อะไรได้เลย การทำงานทุกอย่างจะต้องโปร่งใส ชาวบ้านทนมา 3 ปีกว่าแล้ว
ด้านนายศรี ศรีพุธรินทร์ ป้องกันจังหวัดสุรินทร์ กล่าวว่า ตนได้อธิบายให้ชาวบ้านหนองแสงเข้าใจ ว่าทางจังหวัดสุรินทร์ได้รับหนังสือร้องเรียนขอความเป็นธรรมจากชาวบ้านแล้ว จะเร่งดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องอย่างเร่งด่วน ตนได้เรียน ผู้บังคับบัญชาระดับสูง ปลัดจังหวัด ผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ ทราบเรื่องปัญหาความเดือนร้อนของชาวบ้านเเล้ว พร้อมสั่งการให้เร่งดำเนินการ และเเจ้งผลการปฏิบัติให้ชาวบ้านผู้ร้องเรียนได้ทราบว่ามีความคืบหน้าไปถึงไหนอย่างต่อเนื่องต่อไป
ที่มา .khaosod
โดยหนังสือร้อง ระบุว่า ชาวบ้านหนองแสงจำนวน 111 คน ได้พร้อมใจกันเข้าชื่อถอดถอด นายสมศักดิ์ นิลฉวี ผู้ใหญ่บ้านหนองแสง หมู่ 19 ให้พ้นจากตำแหน่ง ผู้ใหญ่บ้านหนองแสง เหตุประพฤติตัวไม่เหมาะสม และบริหารงานไม่โปร่งใส ชาวบ้านเคยยื่นหนังสือร้องเรียนขอความเป็นธรรมต่อ นายชูศักดิ์ ราชบุรี นายอำเภอชุมพลบุรี เมื่อวันที่ 26 มกราคม 2559 แต่เรื่องดังกล่าวกลับยังไม่ได้รับความเป็นธรรม และมีการเอื้อประโยชน์แกพวกพ้อง
ระบุ ประเด็นสำคัญๆประกอบด้วย 1.เรื่องโรงสีข้าวหมู่บ้าน ที่มีผู้ใหญ่บ้านเป็นผู้ดูแลบริหารเองมาตลอด 3 ปีกว่า ไม่เคยมีการชี้แจงรายรับรายจ่ายให้ชาวบ้านได้ทราบถึงผลกำไร 2.โครงการ SML ที่ได้ซื้อชุดเครื่องเสียง โต๊ะจีน และเต็นท์ ซึ่งมีชาวบ้านมาขอเช่าไปใช้บ่อยครั้ง ก็ไม่มีการแจงรายรับรายจ่ายว่ามีเท่าไหร่ 3.เรื่องซองกฐินที่ผู้ใหญ่รับซองมาแล้ว แต่กลับไม่นำเงินมาเข้าบัญชีกลาง พอชาวบ้านให้ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านไปสอบถาม ก็บอกให้ผู้ช่วยพิจารณาตัวเอง 4. เรื่องสูบน้ำหนองสาธารณะ เพื่อทำการเกษตร ไร่ละ 50 บาท มีคนจ่ายเงินมาแล้ว ผู้ใหญ่ก็ไม่มีการชี้แจงกับชาวบ้านด้วยเช่นกัน ซึ่งทุกโครงการมีผู้ใหญ่บ้านบริหารจัดการแต่เพียงผู้เดียว และไม่เคยมาชี้แจงให้ชาวบ้านได้รับทราบในเรื่องรายรับรายจ่าย ตลอดระยะเวลาที่เข้าดำรงตำแหน่ง 3 ปีกว่า
ต่อมาได้มีการแอบอ้างชื่อนายอำเภอชุมพลบุรี ให้ชาวที่ไปลงชื่อร่วมถอดถอนผู้ใหญ่บ้าน ให้รีบไปถอนชื่อออก ไม่เช่นนั้นจะมีความผิด ซึ่งมีชาวบ้านที่กลัวความผิดได้ไปถอนชื่อออก จำนวน 3 คน และต่อมาชาวที่ต้องการจะไปลงชื่อถอดถอนเพิ่ม ทางนายสิทธิพร พาลเหนือ ปลัดอำเภอ ฝ่ายงานปกครอง ไม่ให้ลงเพิ่มโดยอ้างเหตุ ว่า จะไม่เป็นธรรมกับตัวผู้ใหญ่บ้านที่ถูกกล่าวหา และดูเหมือนว่าทางอำเภอได้มีการดึงเวลาในการสอบ จนชาวบ้านต้องไปติดตามทวงถามเรื่องตลอด หลายครั้ง
ต่อมา เมื่อวันที่ 25 เม.ย. ชาวบ้านได้สอบถามถึงผลสอบกับทางอำเภอชุมพลบุรี และทางอำเภอชุมพลบุรี ได้ให้ชาวบ้านเข้าไปเอาผลสอบที่อำเภอ ระบุเลขที่ สร 0718 / 1300 ลงวันที่ 25 เมษายน 2559 เรื่องแจ้งผลการตรวจสอบข้อเท็จจริง เรียนนายนิพนธ์ ทุมทอง อ้างถึงหนังสือร้องเรียน ฉบับลงวันที่ 26 ม.ค. 2559 ระบุตามที่ท่านร้องเรียนการปฏิบัติหน้าที่ของนายสมศักดิ์ นิลฉวี ผู้ใหญ่บ้าน บ้านหนองแสง ม.19 ต.ชุมพลบุรี อ.ชุมพลบุรี จ.สุรินทร์ ว่า ดำเนินโครงการต่างๆภายในหมู่บ้าน และไม่ชี้แจงรายรับรายจ่าย รวม 4 ประเด็น ความทราบดีอยู่แล้ว อำเภอชุมพลบุรีได้ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีดังกล่าวแล้ว ซึ่งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง ได้สอบปากคำพยานที่เกี่ยวข้องและตรวจสอบเอกสารหลักฐานแล้ว
ปรากฏว่า นายสมศักดิ์ นิลฉวี มีพฤติกรรมไม่เหมาะสมในประเด็น การดำเนินโครงการโรงสีข้าวชุมชนโดยไม่มีการชี้แจง รายรับ-รายจ่าย ให้ราษฎรทราบ อำเภอชุมพลบุรีได้ชี้แจงทำความเข้าใจและกำชับให้ นายสมศักดิ์ นิลฉวี ให้พึ่งระวังในการปฏิบัติหน้าที่โดยให้ประชาชนมีส่วนร่วมในรูปแบบคณะกรรมการ ลงชื่อ นายชูศักดิ์ ราชบุรี นายอำเภอชุมพลบุรี ด้วยเหตุนี้ชาวบ้านหนองแสง คิดว่าไม่ได้ความเป็นธรรมจากทางอำเภอชุมพลบุรี ที่ไม่มีการลงโทษผู้กระทำผิด และหากผู้กระทำผิดยังคงทำหน้าที่ผู้ใหญ่บ้านหนองแสงต่อไป จะทำให้ชาวบ้านเกิดความแตกแยก ขาดความสามัคคีกันภายในชุมชน ซึ่งเป็นผลเสียต่อหมู่บ้าน จึงเรียกร้องขอความเป็นธรรมให้มีการปลดนายสมศักดิ์ นิลฉวี ผู้ใหญ่บ้านหนองแสง ให้พ้นจากตำแหน่งหน้าที่โดยเร็วที่สุด
นายนิพนธ์ ทุมทอง อายุ 51 ปี ตัวชาวบ้าน กล่าวว่า โครงการ SML ภายในหมู่บ้านตั้งแต่ซื้อมาไม่เคยมีการชี้แจงค่าใช้จ่าย เคยส่งหนังสือร้องเรียนไปที่อำเภอชุมพลบุรี และไปรับหนังสือชี้แจงเมื่อวันที่ 25 เม.ย.59 ตัดสินว่าจะมีการว่ากล่าวตักเตือนเฉยๆ วันนี้ก็อยากมาร้องขอความเป็นธรรม เพราะที่ผ่านมา นายอำเภอชุมพลบุรีสอบข้อเท็จจริง ผลออกมาแบบนี้ชาวบ้านรับไม่ได้ การตัดสินไม่เป็นกลางเป็นการเข้าข้างผู้ใหญ่บ้านมากเกินไป ฝากผ่านสื่อไปถึงหน่วยงานที่เกี่ยว อยากให้ชาวบ้านได้รับความยุติธรรมบ้าง เพราะชาวบ้านก็เสียภาษีให้กับทางราชการเหมือนกัน เงินกองกลางหมู่บ้านก็สมควรให้ชาวบ้านรับรู้ด้วย เงินหมู่บ้านก็เป็นเงินหลวงเหมือนกัน อย่าคิดว่าชาวบ้านเป็นแค่ตาสีตาสา ชาวบ้านเดือนร้อนการบริหารจัดการภายในหมู่บ้านหนองแสง ผู้ใหญ่บ้านจัดการคนเดียว ชาวบ้านไม่สามารถรับรู้อะไรได้เลย การทำงานทุกอย่างจะต้องโปร่งใส ชาวบ้านทนมา 3 ปีกว่าแล้ว
ด้านนายศรี ศรีพุธรินทร์ ป้องกันจังหวัดสุรินทร์ กล่าวว่า ตนได้อธิบายให้ชาวบ้านหนองแสงเข้าใจ ว่าทางจังหวัดสุรินทร์ได้รับหนังสือร้องเรียนขอความเป็นธรรมจากชาวบ้านแล้ว จะเร่งดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องอย่างเร่งด่วน ตนได้เรียน ผู้บังคับบัญชาระดับสูง ปลัดจังหวัด ผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ ทราบเรื่องปัญหาความเดือนร้อนของชาวบ้านเเล้ว พร้อมสั่งการให้เร่งดำเนินการ และเเจ้งผลการปฏิบัติให้ชาวบ้านผู้ร้องเรียนได้ทราบว่ามีความคืบหน้าไปถึงไหนอย่างต่อเนื่องต่อไป
ที่มา .khaosod
ชาวบ้านสุรินทร์ ฮือ ไล่ผู้ใหญ่บ้าน ร้องบริหารไม่โปร่งใส ใช้เงินไม่ตรงวัตถุประสงค์
Reviewed by ไม่ระบุชื่อ
on
12:42
Rating:
Reviewed by ไม่ระบุชื่อ
on
12:42
Rating:

