มือเก่าหัดเหงา(2) : คอลัมน์ เล่นหูเล่นตา โดย... เจนนิเฟอร์ คิ้ม

   
แม้ฉันจะมีความสุขสะสมอยู่ในใจเป็นต้นทุนไว้ต่อยอดให้มีความสุขได้ในทุกๆ ที่ก็ตาม...แต่...นักร้องผู้หญิงทุกคนมีความเป็น “ดราม่า” ซ่อนอยู่!...เวลามันจะดราม่ามันก็ไม่เลือกที่เลือกทาง เลือกเวลาหรือเลือกคน...สนุกกันอยู่ดีๆ จู่ๆ กรูก็ลุกขึ้นมาดราม่าซะงั้น!... เหมือนกับคำฮิตติดหูในเวลานี้...“แม่ก็คือแม่” หมายความว่า... “จะยังไงกรูก็เป็นฝ่ายถูกอยู่วันยังค่ำ”...แบบนั้นแหละ!
 
          ฉันมันดราม่ามาตั้งแต่เกิด...ยิ่งมาเป็นนักร้องมันก็ยิ่งสะสมอารมณ์ต่างๆเอาไว้มากมายและซึมซับอารมณ์ที่อยู่รอบตัวได้ไว...บทจะพรั่งพรูก็ไหลเลอะเปรอะเปื้อนจนเพื่อนรำคาญ!
 
          “ความดราม่า”...มี “ที่มา” จากคำพูดหรือการกระทำของคนที่เรารัก(แต่มันจะรักเรารึเปล่าก็อีกเรื่อง!) ในแบบที่ขัดใจจนทำให้เสียใจถึงขั้นเสียน้ำตา ซึ่งบางทีก็อยากจะฝากบอกพวกมันว่า...“ไม่ต้องพูดอะไรให้กรูเสียใจหรอก เพราะถ้ากรูอยากจะเสียใจเดี๋ยวกรูจะขุดคุ้ยหาเรื่องเอง” แมร่งเอ๊ย!
“กินกันไปก่อนนะ เดี๋ยวมา...จะออกไปเดินย่อยซะหน่อย...”
 
          จู่ๆ ก็น้ำตารื้น ความเศร้ามันซ่านจมูก ภาพในหัวที่ไม่ต้องอาศัยรอยหยักของสมองในการตีความ แต่แปลออกมาเป็นอารมณ์ที่ไม่ปกติ จู่ๆ ก็เสียใจขึ้นมางี้...ขณะนั้นความเข้มแข็งและความเฉลียวฉลาดที่ฉันมีไปหลบอยู่ตรงไหนไม่รู้ รู้แค่ว่า....ไม่อยากอยู่ท่ามกลางผู้คน ออกแนวนางเอกเอ็มวีเพลงของปาน ธนพร งั้นกรูออกไปเล่นเอ็มวีคนเดียวดีกว่า...
 
          เดินตรงออกไปเรื่อยๆ ให้เท้าพาไปอย่างไร้จุดหมาย...น้ำตารื้น...น้ำอุ่นๆ ปริ่มจากขอบตากลิ้งลงมาเป็นเม็ดหยดแหมะใส่นมเป็นด่างเป็นดวงเหมือนแม่ลูกอ่อนไม่ได้ให้นมลูก...จู่ๆ ก็น้อยใจ...ทำไมกรูถึงพาตัวเองมาเจอเรื่องแบบนี้?...ความจริงที่ฉันรู้ดีอยู่ก็คือ...“ไม่มีใครทำร้ายจิตใจเราได้...นอกจากเราทำตัวเอง” และ “ถ้าเราไม่รักมันซะอย่าง...มันไม่มีทางเอาอะไรจากเราไปได้”...เสียอะไรก็เสียไปแต่อย่าเสียใจ!...พูดเตือนตัวเองไปงั้นแต่ก็ทำไปแล้วทุกอย่างที่ผ่านมาในชีวิต
 
          “โฮ่งๆๆๆๆ...” เสียงหมาเห่ากรรโชกดังอยู่ใกล้ๆ ดีที่ยังมีรั้วกั้นอยู่ไม่งั้นมันคงกระโดดออกมางับ...ของฉัน...เหมือนผู้กำกับสั่งคัต กรูเลยอดเล่นเอ็มวีเลย!...จังหวะที่กำลังตกใจเสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้น...
 
          “อีคิ้ม...มรึงอยู่ไหน?...เขาจะกลับกันแล้ว” เสียงพี่ก้อง ปิยะ ดังมาเสียดหู เฮ้อ...เวลาที่อะไรๆ มันไม่เป็นใจ เราก็ดราม่าได้ไม่เต็มที่ ช่างมัน! เดี๋ยวค่อยไปหาโลเกชั่นเล่นใหม่ ตอนนี้เอาแค่นี้ก่อน!
 
          ตัดกลับมา ณ เวลาปัจจุบัน...ผ่านความรักและความเศร้าเลยไปหลายฤดูกาล...คนอย่างฉันอยู่ลำพังเพียงคนเดียวมา 10 ปี เหงาก็ไปเที่ยวมันคนเดียว...ที่นี่ภูเก็ต...แดดเปรี้ยงๆ 48 องศาฯของภูเก็ต ถ้าใครอยากจะดราม่า...ขอร้องอย่ามาที่นี่เวลานี้ ทางที่ดีควรหาความสุขกับแดดจ้าชมตึกโบราณที่งดงามแล้วหาอะไรอร่อยๆ กินดีกว่า...
 
          มาถึงที่ภูเก็ตคนจะชอบกินผัดบะหมี่ฮกเกี้ยนหรือไปตามร้านที่คนเขารีวิวแนะนำกันในเน็ต แต่ฉัน...ขอเดินตามทางของตัวเอง...ถูกมั่งผิดมั่งเดี๋ยวก็ต้องเจอความอร่อยในแบบของเราเอง(ย้ำ! ในแบบของเราเอง) เพราะลิ้นของแต่ละคนไม่เหมือนกันจะให้อร่อยตามคนส่วนใหญ่ก็ไม่น่าใช่ฉัน...มะ?
 
          เดินตาหยีท้าแดดจนเหงื่อตกกีบควรจะหาอะไรเย็นๆ กินแก้ร้อน...“โอ้เอ๋ว” (วุ้นที่ทำจากเมล็ดโอ้เอ๋วผสมกับน้ำคั้นจากกล้วยน้ำว้า) เติมถั่วแดง เฉาก๊วย ลูกชิดไสน้ำแข็งใส่ให้ท่วมจนมองไม่เห็นเครื่องแล้วราดน้ำเชื่อมที่เคี่ยวจากน้ำตาลทรายแดงปิดท้ายด้วยน้ำหวานสีแดงตอกย้ำความหวาน (อือ...ไม่ต้องมีความรักก็หวานได้วะ...เบาหวานนิ!)...ตักคำแรกเข้าปาก...อึ๋ยย์...เย็นไปถึงใต้สะดืองี้!...ฉันไปกินร้าน “โกเอ็น หรอยหรอย” (08-7470-2792 อยู่ที่ ถ.สุรินทร์ ตรงข้ามร้านขายของฝาก “เมธี” สาขา 2) นางขายหมี่หุ้นซุปกระดูกหมูกับโอ้เอ๋วให้เยอะเกิ๊น!...กินจนเหนื่อยหลาว!
 
          ของว่าง (คือของที่กินแล้วยังไม่อิ่ม ท้องยังว่าง...มีที่เหลือให้กินอย่างอื่นอีก) อีกอย่างฉันชอบคือ “เปาะเปี๊ยสด” ที่ศูนย์อาหาร “ลกเที้ยน” อยู่หัวมุมแยก ถ.เยาวราช-ดีบุก ข้างๆ ซ.สุ่นอุทิศ (ในซอยมีโอ้เอ๋วเจ้าเก่าแก่ ขนมอาโป๊ง คล้ายทองม้วนทำสดๆ ในกระทะทีละแผ่นและขนมเต้าซ้อร้านอร่อย) หน้าตาก็คือเปาะเปี๊ยะสดแบบกรุงเทพฯ แต่ไส้กับน้ำราดต่างกัน ไส้ทำจากมันแกวหั่นเป็นเส้นๆ ต้ม มีผักกาดหอม ถั่วงอกลวก เต้าหู้ทอดป่นหยาบ แคบหมู กุ้งต้มและหมูแดงเป็นเครื่องหลัก น้ำราดออกรสเปรี้ยวหวานเผ็ด กินทีไรอร่อยจนน้ำตาจะไหลหลาว!
 
          อยากกินอะไรให้อยู่ท้องต้องเป็นข้าวแกงบ้านๆ รสชาติสะปากสะใจ(ฉันกินเผ็ดเก่งกว่าคนภูเก็ตขอบอก แต่จะไปแพ้ชาวนครฯ เพราะนั่นเผ็ดตาย!)...ข้าวแกง “ป้าแดงครัวใต้” (08-1868-5057) สารพัดแกงจริงๆ ?ค่าคุณ แกงไตปลาที่นี่จะเป็นแกงข้นๆ ใส่แค่มะเขือเปราะเป็นลูกๆ โยนลงไปต้มจนเข้าเนื้อตักราดขนมจีนหรอยแรง แกงส้มใส่ปลาสดๆ ชิ้นโตๆ เครื่องแกงรสจัดจนน้ำลายสอ บางทีก็แกงใส่โชน(บอน) สับปะรด มะละกอ หน่อไม้ดองแล้วแต่อารมณ์แม่ครัว ทีเด็ดอยู่ที่แกงหอยแครงใส่ใบชะพลูลองกินดูแล้วจะหยุดไม่ได้(เมนูนี้ไม่แนะนำให้คนไม่กินหอยรับทานเพราะอาจแสลงไปถึงรสนิยมทางเพศได้ค่าคุณตำรวจ) นับเป็นอาหารที่หากินยากด้วยนิ! ยังมีอีกสารพัดแกงทั้งแกงขี้เหล็ก แกงสายบัว แกงเทโพที่ไม่เหมือนกรุงเทพฯหรือที่ไหนๆ....ถ้า “แม่ก็คือแม่” ที่นี่ “แกงใต้ก็คือแกงใต้” ค่ะคุณที่รัก รสชาติไม่ดัดจริตหรือประดิดประดอย แหลง(พูด)กันซื่อๆ ตรงๆ หมัดหนักแต่จริงใจแบบคนใต้...กว่าจะหาอะไรที่เป็นบ้านๆ ของแท้เจอก็หลอกลิ้นลองผิดลองถูกอยู่นานจนกว่าจะได้เจอ “ของจริง” ซึ่งรสชาติใต้แท้ๆ จะเผ็ด เค็ม เปรี้ยวแต่ไม่หวาน ถึงจะกินตัดกันหมูหวานกุ้งหวานไข่พะโล้ได้เข้ากันพอดี ชอบตรงที่มี “ผักเหนาะ” กินกับแกง เป็นผักพื้นบ้านของที่นี่ที่หน้าตาแปลกๆ รสชาติแปลกๆ แต่กินกับแกงหรือน้ำพริกกะปิที่แถมมา(ทุกร้านข้าวแกง)แล้วดันเข้ากันอย่างประหลาด ขอแนะนำว่า อย่าเพิ่งกลอกตาขึ้นบนแล้วทำปากคว่ำใส่(เดี๋ยวตีปากเลยนิ!)ลองกินดู ต่อมรับรสที่ลิ้นจะได้เปิดรับรสชาติแปลกใหม่ ไม่ชอบค่อยคายทิ้งนะยูว์!....เวลาที่ฉันชิมอะไรฉันจะไม่เอาอาหารภาคไหนมาเป็นที่ตั้ง ทำลิ้นเนียนๆ ไปกลายเป็นคนท้องถิ่น ชีวิตที่ไม่เอา “ตัวเอง” เป็นศูนย์กลางคือการปล่อยวางอย่างหนึ่ง ปล่อยตัวปล่อยใจให้เข้าไปอยู่ได้พอดีกับทุกๆ ที่ ความสุขก็อยู่ใกล้แค่นี้ สุขแค่ไหนเอาแค่นั้นไม่คาดหวังตั้งใจอะไรนัก บางทีเราก็ต้องหยุด “ใช้” ชีวิตแล้วปล่อยให้ชีวิต “พา” เราไปหาความสุขในแบบที่ไม่คาดหวัง....สุขเบาๆ ความเหงาก็หายไป...

ที่มา:komchadluek
มือเก่าหัดเหงา(2) : คอลัมน์ เล่นหูเล่นตา โดย... เจนนิเฟอร์ คิ้ม มือเก่าหัดเหงา(2) : คอลัมน์ เล่นหูเล่นตา โดย... เจนนิเฟอร์ คิ้ม Reviewed by ไม่ระบุชื่อ on 13:05 Rating: 5