ปั้นเหน่งแม่นาค ของศักดิ์สิทธิ์ที่หายสาบสูญ ตำนานที่รอการพิสูจน์
ตำนานความรักอมตะ ที่เล่าต่อกันมาอย่าวยาวนานตามที่รู้กันว่า แม่นาคพระโขนงตายขณะคลอดลูกแต่ก็ใช้ชีวิตอยู่กับพี่มากที่เพิ่งกลับมาจากการเป็นทหาร ในขณะที่ตนเองเสียชีวิตไปแล้ว
แต่แล้วก็มีข่าวว่า ผีแม่นาคนั้นเฮี้ยนมาก ตามหลอกหลอนชาวบ้านจนไม่เป็นอันทำอะไร จึงได้เกิดเหตุการณ์ที่ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) ท่านรู้เหตุว่าผีนางนาคกำเริบเกินกว่าหมอผีจะกำราบได้ ท่านจึงลงไปค้างที่วัดมหาบุศ ในคลองพระโขนง พอค่ำท่านก็ไปนั่งอยู่ปากหลุม แล้วท่านเรียกนางนาคขึ้นมาสนทนากัน แต่พูดจาตกลงกันอย่างไรก็ไม่มีใครรู้ สุดท้ายท่านได้ ทำการสะกดวิญญาณความเฮี้ยน โดยเจาะกะโหลกผีแม่นาคเอามาขัดเป็นมัน ลงอักขระอาคม ทำเป็นปั้นเหน่ง(หัวเข็มขัด)คาดเอว

ซึ่งหลังจากนั้นท่านได้นำปั้นเหน่งไปเก็บรักษาไว้ที่วัดระฆังโฆสิตาราม ไปไหนท่านก็เอาติดเอวไปด้วยทั้งนี้ได้มีการสะกดวิญญาณโดยเจาะกระดูกหน้าผากของแม่นาคเอาไว้ และเมื่อสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต) ท่านชรามากแล้ว ได้มอบปั้นเหน่งกระดูกหน้าผากแม่นาคนี้ไว้กับหม่อมเจ้าพระพุทธบาทปิลันทน์ ซึ่งในภายหลังท่านได้เป็นหม่อมเจ้าสมเด็จพระพุฒาจารย์ (ทัต) และต่อมาท่านได้ประทานปั้นเหน่งแม่นาคให้กับหลวงพ่อพริ้ง หรือพระครูวิสุทธิ์ศิลาจารย์ แห่งวัดบางปะกอก ซึ่งภายหลังได้นำเอาปั้นเหน่งอันนี้มาถวายแด่กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ก่อนที่ปั้นเหน่งแม่นาค จะถูกเปลี่ยนมือไปอีกหลายทอด และหายสาบสูญไปอย่างไร้ร่องรอย
แต่ตำนาน ปั้นเหน่งหรือกะโหลกหน้าผากแม่นาค ถือได้ว่าเป็นหลักฐานที่หลงเหลือและจับต้องได้เพียงชิ้นเดียว จากตำนานรักอมตะระหว่างผีกับคน ที่ไม่มีใครสามารถยืนยันได้ว่า ของศักดิ์สิทธิ์จากตำนานรักแม่นาค ตกทอดไปอยู่ในมือของผู้ใดกันแน่?
แต่แล้วก็มีข่าวว่า ผีแม่นาคนั้นเฮี้ยนมาก ตามหลอกหลอนชาวบ้านจนไม่เป็นอันทำอะไร จึงได้เกิดเหตุการณ์ที่ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) ท่านรู้เหตุว่าผีนางนาคกำเริบเกินกว่าหมอผีจะกำราบได้ ท่านจึงลงไปค้างที่วัดมหาบุศ ในคลองพระโขนง พอค่ำท่านก็ไปนั่งอยู่ปากหลุม แล้วท่านเรียกนางนาคขึ้นมาสนทนากัน แต่พูดจาตกลงกันอย่างไรก็ไม่มีใครรู้ สุดท้ายท่านได้ ทำการสะกดวิญญาณความเฮี้ยน โดยเจาะกะโหลกผีแม่นาคเอามาขัดเป็นมัน ลงอักขระอาคม ทำเป็นปั้นเหน่ง(หัวเข็มขัด)คาดเอว


ที่มา:patjaa
ปั้นเหน่งแม่นาค ของศักดิ์สิทธิ์ที่หายสาบสูญ ตำนานที่รอการพิสูจน์
Reviewed by ไม่ระบุชื่อ
on
11:24
Rating:
